บทสะท้อนเกี่ยวกับเวลา รสชาติ และประเพณีของอาหารไทย

เวลากลายเป็นสินค้าที่ถูกสงวนไว้สำหรับผู้คนบางกลุ่ม จะเห็นได้ชัดว่าในปัจจุบันการกินนั้นสามารถถูกจำแนกได้เป็นสองประเภทหลัก คืออาหารจานด่วนหรือมื้ออาหารสุดหรูแบบฟูลเซอร์วิส ทว่าท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มรดกทางอาหารและอาหารเลิศรสแบบดั้งเดิมของประเทศไทยยังคงมอบช่วงเวลาที่ปลอบประโลมเราได้เป็นอย่างดี 

ในทศวรรษที่ผ่านมา หลายคนเริ่มหันไปหาอาหารจานด่วนและบริการซื้อกลับบ้านเพื่อความสะดวกและความคุ้มค่า Bloomberg รายงานว่าในเดือนมีนาคม 2025 ตัวเลือกซื้อกลับบ้านเพิ่มขึ้นถึง 15% เมื่อเทียบกับการนั่งทานในร้าน แต่ความสะดวกนี้ก็แลกมาด้วยบางสิ่ง นั่นก็คือความสุขในการกินที่ลดลง เทรนด์นี้ส่งผลโดยตรงต่ออาหารไทยดั้งเดิม ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสด ความสมดุลของรสชาติ และการกินทันที อาหารหลายจานจะอร่อยที่สุดเมื่อเสิร์ฟตรงจากกะทะ ที่ซึ่งเนื้อสัมผัส กลิ่น และอุณหภูมิผสมผสานกันอย่างลงตัว แต่เมื่อเอากลับบ้านหรืออุ่นซ้ำ รสชาติจะจืดจาง ส่วนผสมเสียเนื้อสัมผัสตามที่ผู้ปรุงตั้งใจไว้ และประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทย อย่างการรับประทานอาหารร่วมกันกับผู้อื่นและความสมดุลทางประสาทสัมผัส ก็ถูกลดทอนลงไป
การรับประทานอาหารแบบฟูลเซอร์วิสยังคงมีเสน่ห์ในแบบของมัน เพราะแต่ละจานเต็มไปด้วยฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ เชฟไทยหลายคนได้ตีความอาหารไทยใหม่อย่างน่าสนใจ ผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นกับเทคนิคสมัยใหม่ จนได้รับการยอมรับในระดับโลก ทั้งดาวมิชลินและ Michelin Guide (Bangkok Post) อย่างไรก็ดี ประสบการณ์แบบนี้ยังถือเป็นของหรู ราคาสูง และจำนวนที่นั่งจำกัด ทำให้ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าถึงได้ง่าย สะท้อนให้เห็นได้จากการเติบโตเพียง 1.1% ในปีนี้ที่ K-Research คาดการณ์ไว้ และแม้จะได้รับความสนใจอยู่มาก แต่ก็ยังเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้เพียงกลุ่มคนบางส่วน

การกลับไปกรุงเทพฯของผู้เขียนในฤดูร้อนนี้ก็ทำให้เห็นเสน่ห์ของเมืองชัดเจนมากขึ้น ตั้งแต่การเดินเล่นในซอยนานาใกล้เยาวราช ไปจนถึงการนั่งข้างแผงลอยในฝั่งธนบุรี เสียงจราจร เสียงผู้คน และแสงสะท้อนของแม่น้ำเจ้าพระยาในยามพลบค่ำ สร้างบรรยากาศทั้งคึกคักและอบอุ่น ความอบอุ่นนั้นยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อได้ลิ้มรสอาหารที่ปรุงด้วยมือของคุณป้าและคุณลุง แหนมหมู ลาบหมูรสจัด น้ำพริกหนุ่มสีเขียวสด ปลาดุกย่างหอมกรุ่น หรือแม้แต่สุกี้แห้งวุ้นเส้นเหนียวนุ่ม ทุกจานสะท้อนความใส่ใจ การเคี่ยวกรำ การปรุงรสอย่างพิถีพิถัน และสมดุลของวัตถุดิบ อาหารไทยไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรีบเร่ง แต่เพื่อให้ผู้ลิ้มลองได้ชื่นชมรสชาติ กลิ่น และความประณีตในทุกคำ จากมุมมองเศรษฐกิจ ธุรกิจสตรีทฟู้ดที่มีหน้าร้านคาดว่าจะมีมูลค่า 261 พันล้านบาทในปี 2025 เติบโต 4.7% (Bangkok Post) ยิ่งตอกย้ำว่าอาหารไทยที่เข้าถึงง่าย ราคาสมเหตุสมผล และปรุงด้วยความตั้งใจ นั้นยังคงครองใจทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยว โลกของสตรีทฟู้ดจึงไม่ใช่แค่เรื่องกิน แต่เป็นการได้สัมผัสรสชาติวัฒนธรรม และสร้างความทรงจำที่ยากจะลืม

ถึงตอนนี้ อาจจะยังมีคนสงสัยว่าอาหารไทยสามารถมอบช่วงเวลาพักผ่อนในโลกที่เร่งรีบได้อย่างไร ให้ท่านลองดูที่ภาพประกอบไม่ว่าจะเป็นแหนมหมู ปลาดุกย่างที่เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่ว ลาบหมูรสจัด น้ำพริกหนุ่ม หรืออาหารไทย-จีนอย่างปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว ผัดผักบุ้ง และหอยลายผัดกระเทียม หรือแม้แต่ผัดสุกี้แห้งวุ้นเส้นแบบไทย ทุกจานสะท้อนถึงความพิถีพิถัน และความเคารพต่อวัตถุดิบ การรอเพียงเล็กน้อยเป็นเครื่องเตือนใจว่าอาหารดีดี ต้องใช้เวลา และความอดทนนั้นจะตอบแทนด้วยรสชาติที่ซับซ้อนกว่ามื้ออาหารไหนๆ นอกเหนือจากรสชาติ ประสบการณ์เหล่านี้ยังยืนยันเหตุผลที่ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับโลก ที่นี่อาหารไม่ได้ถูกเพียงแค่บริโภค แต่เป็นการเฉลิมฉลอง ทุกจานถ่ายทอดเรื่องราวของวัฒนธรรม ฝีมือ และประเพณีที่ไม่สามารถเลียนแบบได้

บทความโดย พงษ์วิชญ์ อมรวรสิน

ความคิดเห็น

สงวนลิขสิทธิ์ 2022 โดย กรมประชาสัมพันธ์
สถิติการเข้าชม : 116,538,944