UNCLOS กับการเจรจาไทย–กัมพูชา : เหตุใดการกำหนดเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจนจึงเป็นภารกิจสำคัญก่อนพิจารณาพื้นที่พัฒนาร่วม

การบริหารจัดการพื้นที่ทางทะเลที่มีการอ้างสิทธิทับซ้อนระหว่างรัฐชายฝั่ง ถือเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์แห่งชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อาจมีทรัพยากรธรรมชาติและศักยภาพทางเศรษฐกิจอยู่ใต้ทะเล การดำเนินการใด ๆ จึงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ หลักฐานทางวิชาการ และการเจรจาอย่างสันติ
.
ล่าสุด คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับฝ่ายไทย ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea : UNCLOS) เพื่อเตรียมเข้าสู่กระบวนการเจรจากับกัมพูชาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดเขตแดนทางทะเล
.
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า คณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับดังกล่าวไม่มีสถานะเป็นศาลระหว่างประเทศ และไม่มีอำนาจตัดสินข้อพิพาท แต่มีหน้าที่เสนอข้อพิจารณา ข้อเสนอแนะ และแนวทางที่เอื้อต่อการเจรจาระหว่างคู่กรณี เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
.
เหตุใดไทยจึงให้ความสำคัญกับการกำหนดเขตแดนทางทะเลก่อน
จุดยืนของประเทศไทยคือ การกำหนดแนวเขตแดนทางทะเลและไหล่ทวีปให้เกิดความชัดเจนควรเป็นวาระแรกของกระบวนการเจรจา เนื่องจากการกำหนดเขตแดนเป็นกลไกพื้นฐานในการระบุขอบเขตสิทธิอธิปไตยและเขตอำนาจของแต่ละประเทศ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการของ UNCLOS ซึ่งให้ความสำคัญกับการกำหนดเขตแดนทางทะเลโดยอาศัยการเจรจาระหว่างรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นธรรมและได้รับการยอมรับร่วมกัน
.
การกำหนดเขตแดนให้ชัดเจนยังมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล การคุ้มครองผลประโยชน์ด้านพลังงาน การประมง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการวางมาตรการด้านความมั่นคงทางทะเลในระยะยาว
.
พื้นที่พัฒนาร่วม (JDA) ยังไม่ใช่วาระเร่งด่วน
สำหรับข้อเสนอเกี่ยวกับพื้นที่พัฒนาร่วม (Joint Development Area : JDA) ซึ่งเป็นแนวคิดที่หลายประเทศนำมาใช้บริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนนั้น ฝ่ายไทยเห็นว่าควรดำเนินการภายหลังจากที่สามารถระบุขอบเขตทางทะเลและพื้นที่ทับซ้อนที่แท้จริงได้แล้ว
.
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ทุกฝ่ายมีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิและผลประโยชน์ของตนเอง ลดความคลุมเครือทางกฎหมาย และสร้างพื้นฐานที่มั่นคงสำหรับการหารือเรื่องการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรร่วมกันในอนาคต
.
ไทยดึงผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเสริมทีมเจรจา
คณะรัฐมนตรียังได้เห็นชอบการมีมติแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทางทะเลชาวแอฟริกาใต้และชาวเยอรมัน เข้าร่วมเป็นคณะกรรมาธิการประนอมฝ่ายไทยจำนวน 2 ท่าน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้คัดเลือกอย่างรอบคอบ โดยทั้งสองท่านเป็นอดีตประธานศาลทะเลระหว่างประเทศที่มีประสบการณ์และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
.
การคัดเลือกบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและมีประสบการณ์ในคดีทางทะเลระหว่างประเทศ สะท้อนถึงความตั้งใจของไทยในการดำเนินกระบวนการตามหลักกฎหมายสากลอย่างรอบคอบ โปร่งใส และยึดมั่นในผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ
.
ภายหลังทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาแต่งตั้งผู้ประนอมครบฝ่ายละ 2 คนแล้ว จะมีการหารือเพื่อคัดเลือกบุคคลที่ 5 ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ก่อนเข้าสู่กระบวนการเจรจาอย่างเป็นทางการตามกรอบเวลาที่กำหนด
.
มิติความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติ
การกำหนดเขตแดนทางทะเลไม่ใช่เพียงประเด็นทางกฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับความมั่นคงของรัฐ การคุ้มครองทรัพยากรทางทะเล และการรักษาผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว
.
แนวทางที่รัฐบาลไทยยืนยันให้ความสำคัญกับการกำหนดขอบเขตทางทะเลก่อนการหารือเรื่องพื้นที่พัฒนาร่วม จึงเป็นการดำเนินการตามลำดับขั้นตอนที่สอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ลดความเสี่ยงของข้อพิพาทในอนาคต และสร้างความชัดเจนต่อการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน
.
ในบริบทของภูมิภาคที่มีการแข่งขันด้านทรัพยากรและผลประโยชน์ทางทะเลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การยึดมั่นในหลักกฎหมายสากล การเจรจาโดยสันติวิธี และการใช้ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถระดับนานาชาติ จึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติของไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต
.
ที่มา : กระทรวงการต่างประเทศ, สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS)


Comment

×
Share Article
Copyright 2022, The Government Public Relations Department
Web Traffic Statistics : 177,379,573