สวัสดีที่ฝืดเคือง

“สวัสดีค่า~” เสียงทักทายภาษาไทยที่เพี้ยนที่สุดดังขึ้นในงานปาร์ตี้ฉลองการจบของช่วงฝึกงาน จากปากเพื่อนชาวอังกฤษที่เมามาย  

เอาอีกแล้วสินะ ผมคิดในใจ

ทุกครั้งที่ผมบอกกับฝรั่งว่าผมเป็นคนไทย ก็มักจะตามมาด้วยเรื่องราวยาวเหยียดว่า การไปเที่ยวเมืองไทยคือประสบการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตของเขา ตั้งแต่ผัดไทย ซอยคาวบอย ไปจนถึง Jurassic World Rebirth ที่พวกเขาเคยไป

ขนลุกทันที ฝืนยิ้มทันที

มันทําให้ผมถามตัวเอง—เมืองไทยมันมีอะไร “วิเศษ” กันนักหนา?

ผมโตมาในกรุงเทพฯ ใช้ชีวิตกับอากาศร้อนอบอ้าวทั้งปี ก่อนจะย้ายมาอังกฤษได้ไม่นาน บ้านเกิดสำหรับผมมันไม่เคยดูวิเศษเลยสักนิด

ผมยังจำได้ดี—เมื่อฟ้ามืดตอนหกโมงตรงหลังซ้อมวิ่ง ถนนงามวงศ์วานก็จะเต็มไปด้วยไฟท้ายรถ และกลายเป็นแม่น้ำรอระบายที่ซัดความหวังว่าจะได้กลับบ้านก่อนละครหลังข่าว ทุกคืนคือพิธีกรรมเดิมๆ: รอ อดทน และกัดฟัน

วิทยุในรถก็ไม่ได้ช่วยให้ลืม มีแต่ข่าวเดิมๆ อุบัติเหตุบนพระราม 2 รถชนแถวดอนเมือง และอีกหนึ่งชีวิตที่หายไปกลายเป็นเพียงคําถาม—“รถจะติดเพิ่มอีกกี่นาที”

พอถึงสงกรานต์ ข่าวก็กลายเป็นหวยร้ายๆ ว่าปีนี้จะมีคนตายกี่ร้อย เราหัวเราะกลบเกลื่อนเพราะ “คนไทยติดตลก” แต่ทุกเสียงหัวเราะนั้นมันซ่อนความปลงไว้ในใจ  

น้ำก็ท่วมถนนเดิม บ้านก็พังที่เดิม และทุกปีเราก็ยังแกล้งตกใจกันใหม่ เมื่อเห็นนักการเมืองตัดริบบิ้นโครงการต่างๆ ทั้งที่งบประมานระบายหายไปเร็วกว่าน้ำบนถนน

เราบ่น เราล้อ เราหัวเราะ แต่ในใจผมถามเสมอ—นี่แหละหรือที่ทำให้ฝรั่งเมาๆ มาหลงใหลเมืองไทย?

เขารู้ไหมว่าเมืองไทยไม่ใช่แค่หาดกับต้มยำ แต่คือเสียงไซเรน ตัวเลขสถิติ และคำสัญญาที่จมอยู่ใต้หมอกควัน?
แต่พอกลับถึงบ้าน นั่งบนโซฟา ผมจึงได้สังเกตุเห็นเมืองไทยรอบๆตัว—ซองชาไทยที่มุมห้อง น้ำปลาในครัว หรือยาดมสีเขียวที่ห้อยกับกระเป๋า ทั้งหมดคือหลักฐานว่า ไม่ว่าผมจะไปไกลแค่ไหน ความเป็นไทยก็ยังตามติดตัวเสมอ

ผมถึงเข้าใจ—ความ “ละอาย” ที่เคยรู้สึก แท้จริงแล้วไม่ใช่ความละอายแม้แต่นิด แท้จริงแล้วมันคือความรักที่ซ่อนกับความโกรธ ถ้าไม่รักก็คงไม่เจ็บ ถ้าไม่รักก็คงไม่หวง 

ประเทศไทยมันผูกพันกับตัวผม—ฝุ่น PM2.5 ในปอด รองเท้าที่เปียกน้ำท่วม หรือแม้แต่รอยยิ้มบนหน้า สิ่งที่บ่น สิ่งที่ด่า ล้วนคือเส้นใยที่ถักผมไว้ด้วยกัน

บางทีนี่แหละคือเหตุผลที่ผมหัวเราะไปกับฝรั่งไม่ได้ ไม่อาจมองว่า “ก็เป็นอีกประเทศพังๆ เท่านั้น” เพราะสิ่งที่แตกสลายที่นั่น มันแตกในตัวผมด้วย

ผมว่า คนไทยเป็นคนตลกจริงๆ นั่นแหละ เขาถึงได้เรียกเราว่า “Land of Smiles” เราหัวเราะกับน้ำท่วม กับรถติด กับข่าวนักการเมืองที่ป่วยวันนี้แล้วหายพรุ่งนี้ เพราะรอยยิ้มนั้นไม่ใช่แค่เพราะความตลก แต่มันคือวิธีอยู่รอดของเรา  

เราเปิดรับผู้คน ความคิดใหม่ และความฝันใหญ่ๆ เพราะการเป็นคน “ไท” หมายถึงการที่มีอิสระ
อารมณ์ขันของเรายังยืนหยัดต่อสู้กับการเหยียดหยาม ความอยุติธรรม และความเหลื่อมล้ำ ทีละก้าวเล็ก ๆ ของเราเอง

ดังนั้นสำหรับผม การเป็นคนไทยจึงหมายถึงการปกป้องและตอบแทน คือการแบกสิ่งที่แตกร้าวไว้บนบ่า พร้อมยกสิ่งที่ดีให้สูงขึ้น

เพราะงั้นทุกครั้งที่ผมพูดหรือได้ยินคําว่า “สวัสดี” มันไม่ใช่แค่คำทักทาย แต่มันคือเครื่องเตือนใจ ว่าเรามีหน้าที่ร่วมกันจะสร้างเมืองไทยที่ไม่ต้องแก้ตัว ไม่ต้องฝืนยิ้มเวลามีคนชม แต่เป็นรอยยิ้มจริงใจ—ความสุขที่อยากส่งต่อโดยไม่ต้องซ่อนอะไร

บทความโดย รภัสสิทธิ์ สุวิวัฒน์ชัย
Instagram: beam_raphassit

ความคิดเห็น

สงวนลิขสิทธิ์ 2022 โดย กรมประชาสัมพันธ์
สถิติการเข้าชม : 116,538,933