เวลาที่เราพูดถึงการสร้าง "สะพาน" ภาพจำของคนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงความสะดวกสบาย การลดเวลาเดินทาง และการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่สำหรับโปรเจกต์การก่อสร้าง "สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา" (เชื่อม จ.สงขลา และ จ.พัทลุง) ที่กำลังเกิดขึ้น กลับมีมิติที่ลึกซึ้งและยิ่งใหญ่กว่านั้น
ภายหลังจากที่คณะกรรมการธนาคารโลกได้อนุมัติโครงการ Thailand Resilient Transport and Irrawaddy Dolphin Conservation Project (TRIP) วงเงิน 140.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โครงการนี้เป็นการผสานการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเข้ากับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยจะมีการก่อสร้างสะพาน 2 แห่ง คือสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาและสะพานลันตา พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานตาม แผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีของประเทศไทย ที่เพิ่งได้รับการอนุมัติ แผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองประชากรโลมาอิรวดีในพื้นที่ตอนบนของทะเลสาบสงขลา ทางเหนือของหนึ่งในพื้นที่ก่อสร้างสะพาน
โครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การเทคอนกรีตสร้างถนนข้ามน้ำ แต่คือภารกิจระดับโลกที่ต้องทำควบคู่ไปกับการปกป้องชีวิต "โลมาอิรวดี" ฝูงสุดท้ายในทะเลสาบสงขลาที่มีเหลืออยู่เพียงแค่ 14 ตัวเท่านั้น
เมื่อโครงสร้างพื้นฐาน ต้องเดินหน้าไปพร้อมกับระบบนิเวศ
ทะเลสาบสงขลาเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งบนโลกที่เป็นแหล่งอาศัยของโลมาอิรวดีน้ำจืด การสร้างสะพานข้ามทะเลสาบแห่งนี้จึงเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของประเทศไทย ว่าเราจะสร้างความเจริญอย่างไร โดยไม่ไปทำลายบ้านหลังสุดท้ายของเพื่อนร่วมโลกฝูงนี้
จุดนี้เองที่ ธนาคารโลก (World Bank) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะพันธมิตรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
ในการอนุมัติวงเงินกู้ สำหรับโครงการสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตาและทะเลสาบสงขลานั้น ธนาคารโลกได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของระบบนิเวศในพื้นที่ จึงได้อนุมัติ "เงินช่วยเหลือแบบให้เปล่า" (Grant) เพิ่มเติมอีก 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 129 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนแผนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีโดยเฉพาะ
เงินก้อนนี้จะถูกนำไปใช้อย่างไร?
งบให้เปล่าก้อนนี้จะถูกนำไปใช้สนับสนุนมาตรการเฝ้าระวังและปกป้องโลมาอิรวดีระหว่างการก่อสร้างอย่างเข้มงวด ไปจนถึงการฟื้นฟูแหล่งอาหารและสภาพแวดล้อมของทะเลสาบสงขลาให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อสะพานสร้างเสร็จ โลมาทั้ง 14 ตัว และหวังว่าจะขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นในอนาคต จะสามารถแหวกว่ายใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างปลอดภัย
บทพิสูจน์ "การเติบโตอย่างยั่งยืน" บนเวทีโลก
โปรเจกต์นี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การพัฒนาเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ธรรมชาติสามารถเดินหน้าควบคู่กันไปได้ ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ
ในเดือนตุลาคม 2569 นี้ ผู้นำทางการเงินจาก 190 ประเทศทั่วโลกกว่า 15,000 คน กำลังจะเดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อร่วมการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ 2026 IMF - World Bank Group Annual Meetings ณ กรุงเทพมหานคร โครงการนี้จะเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่คนไทยสามารถโชว์ให้โลกเห็นว่า เราไม่ได้มุ่งแต่จะสร้างความเจริญทางวัตถุ แต่เราใส่ใจที่จะดูแลทุกชีวิตที่ใช้โลกใบนี้ร่วมกัน
ที่มา กองการต่างประเทศ กปส.