ฝันที่ใกล้เป็นจริง...โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลไทย กระทรวงวัฒนธรรม และจังหวัดลำพูน ได้เร่งจัดทำเอกสารฉบับสมบูรณ์ที่สุดในทุกมิติ ล่าสุดมีการติดตามการดำเนินงาน นำโดยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา เพื่อเสนอ“ครูบาศรีวิชัย ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก วาระครบรอบ 150 ปีชาตกาล” ต่อ UNESCO ซึ่งเรื่องนี้เริ่มต้นการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563 จนปัจจุบันนี้ปี 2569 ผ่านมาแล้ว 6 ปี จุดหมายเริ่มจะชัดเจนขึ้น เพราะปีนี้เป็นปีที่ทุกฝ่ายหารือร่วมกันว่าจะดำเนินการยื่นเอกสารข้อมูลฉบับสมบูรณ์ คือ เอกสาร Annex II (Form for the Submission of Anniversary Proposals) เอกสารประกอบทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมส่งต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (Thai National Commission for UNESCO) ภายในเดือนตุลาคม 2569 ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการเสนอวาระต่อ UNESCO ในช่วงธันวาคม 2569 ที่จะถึงนี้ และหากไม่มีอะไรผิดพลาด ทุกอย่างผ่านฉลุย คาดว่าน่าจะมีการประกาศยกย่องอย่างเป็นทางการจาก UNESCO ปี 2571 เมื่อถึงเวลานั้นพุทธศาสนิกชนชาวล้านนา ลูกศิษย์ รวมถึงศรัทธาจากทั่วประเทศ ก็น่าจะได้ร่วมเฉลิมฉลองในวันที่ “11 มิถุนายน 2571” (วันคล้ายวันเกิดครูบาศรีวิชัย) ตามเป้าหมายที่มีการตั้งไว้แต่แรก
.
สำหรับการรวบรวมข้อมูล “ครูบาศรีวิชัย”…ก่อนหน้านี้ผู้เขียนได้เคยพูดคุยกับหนึ่งในคณะดำเนินงาน คือ นายพงษ์เทพ มนัสตรง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ได้เปิดเผยว่า ข้อมูลที่เก็บรวมรวบนั้นมีหลายด้าน มีความยาก ต้องใช้เวลา เพราะข้อมูลกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ ทั้งในไทย ลาว เมียนมา และจีน เพื่อรวมข้อมูลอิทธิพลของครูบาศรีวิชัยที่มีต่อวัฒนธรรมพุทธในภูมิภาค ทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และด้านพัฒนาสังคม ซึ่งครูบาเจ้าศรีวิชัยได้รับการยกย่องว่าเป็น “นักบุญแห่งล้านนา” มีคุณูปการหลายอย่าง อาทิ เคยสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพด้วยแรงศรัทธาประชาชน ซึ่งปัจจุบันถนนสายนี้ เป็นทั้งเส้นทางสัญจรทำมาหากินของชาวเขาบนดอย และเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม นอกจากนี้ครูบาศรีวิชัยยังได้บูรณะวัดหลายแห่งโดยไม่พึ่งงบรัฐ ซึ่งถือเป็นการทํานุบํารุงพระพุทธศาสนา เพิ่มโอกาสในการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนออกไปเป็นวงกว้าง นี่เป็นคุณูปการบางส่วนเท่านั้นที่นำมาเล่า
.
สำหรับประวัติ “ครูบาศรีวิชัย” กำเนิดเมื่อ วันอังคารขึ้น 11 ค่ำ ปีขาล ตรงกับวันที่ 11 มิถุนายน 2421 เวลาพลบค่ำ เป็นวันที่พายุพัดกระหน่ำ ฟ้าร้องคำราม ณ บ้านปาง อำเภอลี้ พ่อแม่จึงให้ชื่อทารกผู้นี้ว่า “อินตาเฟือน” หรือ “อ้ายฟ้าร้อง” ตามนิมิตแห่งการเกิด เมื่ออายุได้ 18 ปี ได้ขอลาบิดามารดาไปเป็นขะโยม(เด็กวัด) ณ วัดบ้านปาง อ.ลี้ จ.ลำพูน ศึกษาเล่าเรียนและบวชเป็นสามเณร เมื่ออายุได้ 21 ปี ได้อุปสมบทที่วัดบ้านโฮ่งหลวง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ได้รับฉายาว่า “สิริวิชโย ภิกขุ” จึงเป็นที่มาของนามที่ชาวบ้านจะเรียกขานท่านตามฉายาว่า “พระศรีวิชัย”
.
ในขณะนั้น พระศรีวิชัย ได้ศึกษากับพระอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยภูมิรู้และวัตรปฏิบัติ ทำให้เกิดความเข้าใจในพุทธศาสนาที่ถูกต้อง มุ่งมั่นปฏิบัติในด้านกัมมัฏฐาน ละเลิกความสนใจทางด้านไสยศาสตร์ ด้วยเล็งเห็นว่ามิใช่หนทางแห่งความหลุดพ้น เมื่อร่ำเรียนสำเร็จ พระศรีวิชัย ได้กลับมาจำพรรษาที่วัดบ้านปางอีกครั้ง ปลีกตัวเองไปอยู่ในเขตอรัญญาวาส บำเพ็ญสมาธิภาวนาด้วยความสงบ ฉันอาหารมื้อเดียว ละเว้นจากการฉันเนื้อสัตว์และเว้นจากของเสพติด เช่น หมาก พลู บุหรี่ เมี่ยง ฉันแต่ผักผลไม้ ทำให้ชาวบ้าน ตลอดจนชาวเขาหลายชนเผ่าที่พากันเคารพเลื่อมใส
.
พระศรีวิชัย ได้เริ่มต้นเป็นผู้นำพัฒนาวัดบ้านปาง (บ้านเกิด) เป็นแห่งแรก ดำเนินการปฏิสังขรณ์กุฏิ วิหาร โบสถ์ และให้ชื่ออารามใหม่นี้ว่า “วัดจอมศะหรีทรายมูลบุญเรือง” แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงเรียกว่า “วัดบ้านปาง” นอกจากนั้นยังได้ปลูกสร้าง บูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอารามในพระพุทธศาสนาอีกมากมายหลายวัด ที่ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร จ.ลำพูน, วัดเชียงยืน จ.เชียงใหม่, วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน, วัดจามเทวี จ.ลำพูน, วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จ.เชียงใหม่, วัดสวนดอก จ.เชียงใหม่, วัดศรีโสดา จ.เชียงใหม่,วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม จ.ลำปาง เป็นต้น
.
พระพุทธเจ้า...กว่าจะบรรลุก็มีมารผจญ เช่นเดียวกับครูบาศรีวิชัย สมัยนั้นผลงานด้านการพัฒนาของท่านเป็นที่รู้จักและถูกกล่าวขานถึงยุคปัจจุบันก็คือ ถนนขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ ที่เป็นการร่วมแรงร่วมใจของผู้คนจากทั่วภาคเหนือที่พร้อมใจกันมาสร้างถนนร่วมกับครูบาศรีวิชัย ซึ่งก่อนหน้านั้นการจะเดินทางขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพต้องเดินเท้าขึ้นไปด้วยความลำบาก ใช้เวลาไม่ต่ำ 4–5 ชั่วโมง รัฐบาลในสมัยนั้นซึ่งมีพลเรือตรีหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ทราบเรื่องจากหลวงศรีประกาศ (ฉันท์ วิชยาภัย) จึงได้ส่งนายช่างขึ้นมาทำการสำรวจเส้นทาง ระยะทางทั้งหมด 11.536 กิโลเมตร โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2477 แล้วเสร็จในวันที่ 30 เมษายน 2478
.
ความมีชื่อเสียง ความสำเร็จผลในด้านการเป็นพระนักพัฒนา ก็มากับอุปสรรคปัญหา สมัยถือนั้นเป็นข่าวดังในพื้นเลยทีเดียว มีทั้งคณะสงฆ์ผู้ใหญ่ ข้าราชการ ชาวบ้านในล้านนาบางส่วนที่ไม่พอใจในตัวท่าน จนถึงมีการกล่าวหาเอาผิดท่านถึง 3 ครั้ง โดยกล่าวหาว่าท่านทำตัวเป็น “ผีบุญ” อวดอิทธิฤทธิ์ ซ่องสุมกำลังผู้คน คิดขบถต่อบ้านเมือง และนำท่านไปจองจำไว้ที่ จ.ลำพูน และวัดศรีดอนไชย เชียงใหม่ และที่กรุงเทพมหานคร สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ตั้งกรรมการชำระคดีครูบาศรีวิชัย ผลปรากฏว่าท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่มีความผิด “พ้นข้อกล่าวหา” ในที่สุด
.
เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่มีใครหนีพ้น...วันที่ 22 มีนาคม 2481 ขณะที่อายุได้ 60 ปีเศษ ครูบาศรีวิชัยได้ถึงแก่กาลมรณภาพที่วัดบ้านปาง อ.ลี้ จ.ลำพูน มีพิธีพระราชทานเพลิงศพที่วัดจามเทวี จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2489 ตามแบบประเพณีล้านนาไทย จวบจนวันนี้ท่านจากไปเป็นระยะเวลาเกือบ 150 ปี แต่ความดียังไม่เสื่อมคลาย เป็นแบบอย่างให้กับพระนักพัฒนาในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี และยังคงเป็นที่ยึดมั่นทางจิตใจของชาวล้านนา และพุทธศาสนิกชนสืบไป
.
ข้อมูล : ร้อยเรื่องเมืองล้านนา ของ จักรพงษ์ คำบุญเรือง