งานวิจัยจะมีความหมายมากกว่าการตีพิมพ์ในวารสารได้อย่างไร? ประเทศไทยจะเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และแก้ปัญหาให้ประชาชนได้จริงแค่ไหน?
รายการ “ทำไม” ทาง NBT ชวนหาคำตอบผ่านบทสนทนากับ รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ที่สะท้อนให้เห็นว่า นวัตกรรมไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ ตั้งแต่การรับมือภัยพิบัติ ไปจนถึงเศรษฐกิจ สังคมสูงวัย และสิ่งแวดล้อม
🔹 นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งใหม่ทั้งหมด แต่ต้องตอบโจทย์ชีวิตจริง
งานวิจัยมุ่งสร้างองค์ความรู้ใหม่ ขณะที่นวัตกรรมคือการนำความรู้หรือเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ต่อยอด หรือผสมผสานสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น เช่นเดียวกับสมาร์ตโฟนและบริการเรียกรถที่นำเทคโนโลยีมารวมกับความต้องการของผู้คน จนเปลี่ยนวิถีชีวิตและสร้างธุรกิจรูปแบบใหม่
หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการคิดค้นสิ่งใหม่ แต่คือการสร้างผลกระทบที่เกิดขึ้นได้จริงต่อสังคมและเศรษฐกิจ
🔹 จากห้องทดลองสู่พื้นที่น้ำท่วม นวัตกรรมที่ช่วยคนได้ทันที
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือการนำองค์ความรู้ของ สจล. มาประยุกต์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ทั้งแพ Modular ขนาด 10 × 10 เมตร ซึ่งออกแบบให้กินน้ำตื้น ช่วยขนย้ายสิ่งของในพื้นที่น้ำท่วมได้สะดวกขึ้น และการประยุกต์ใช้โดรนส่งอาหารไปยังพื้นที่เข้าถึงยาก
อีกหนึ่งผลงานคือ ไม้เท้าตรวจจับไฟฟ้ารั่ว ที่พัฒนาโดยภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า เพื่อช่วยตรวจจับความเสี่ยงจากกระแสไฟฟ้าในพื้นที่น้ำท่วม ลดอันตรายที่ประชาชนอาจมองไม่เห็น
นี่คือตัวอย่างของการเปลี่ยนความรู้ทางวิศวกรรมให้เป็นเครื่องมือแก้ปัญหา ซึ่งมีความหมายมากกว่าการสร้างต้นแบบไว้จัดแสดง
🔹 400 นวัตกรรม สะท้อนศักยภาพจากมหาวิทยาลัยสู่อนาคต
งาน “ลาดกระบังนิทรรศ” รวบรวมผลงานกว่า 400 นวัตกรรมจากอาจารย์และนักศึกษา โดยคัดเลือก 100 ผลงานไฮไลต์มาจัดแสดง พร้อมกิจกรรม Workshop และ Open House เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้และต่อยอดแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หนึ่งในไฮไลต์คือโมเดลจำลอง Lunar Base หรือฐานที่อยู่อาศัยบนดวงจันทร์ ซึ่ง สจล. ร่วมมือกับ Harbin Institute of Technology ประเทศจีน นำเสนอแนวคิดการดำรงชีวิตในอวกาศ ตั้งแต่การจัดการน้ำไปจนถึงการเตรียมอาหาร
ขณะเดียวกัน ความรู้จากการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรับมือสภาพแวดล้อมสุดขั้วในอวกาศ ยังอาจนำมาต่อยอดเพื่อการอยู่อาศัยในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดบนโลก เช่น ขั้วโลกหรือใต้ทะเลลึกได้อีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีรถแข่งพลังงานแสงอาทิตย์ที่ร่วมพัฒนากับ Tokai University ประเทศญี่ปุ่น สะท้อนการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำและความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา
🔹 From Lab to Life: ปลดล็อกงานวิจัยไทย ไม่ให้หยุดอยู่บนหิ้ง
โจทย์ใหญ่ของประเทศไทยไม่ใช่เพียงการมีงานวิจัยที่มีคุณภาพ แต่คือการทำให้งานวิจัยเดินทางไปถึงการใช้งานจริงและต่อยอดเป็นธุรกิจได้
แนวคิด “From Lab to Life” จึงมุ่งเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และแหล่งทุน ให้ร่วมกันผลักดันผลงานตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งมักมีความเสี่ยงสูงและยังไม่พร้อมเข้าสู่ตลาด ก่อนพัฒนาไปสู่การลงทุนเชิงพาณิชย์หรือการจัดตั้งบริษัทนวัตกรรม
ในมุมของอธิการบดี สจล. การสนับสนุนทุนวิจัยในระยะเริ่มต้นเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเชื่อมช่องว่างระหว่างห้องทดลองกับตลาด ขณะที่ความร่วมมือกับภาคเอกชนจะช่วยให้โจทย์วิจัยสอดคล้องกับความต้องการจริงมากขึ้น
เพราะในโลกที่การแข่งขันสูงขึ้น ประเทศไทยไม่อาจพึ่งพาการรับจ้างผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยี สร้างผลิตภัณฑ์ และเป็นเจ้าของนวัตกรรมของตนเอง
🔹 นวัตกรรมเพื่อสังคมสูงวัยและโลกที่ยั่งยืน
นวัตกรรมยังมีบทบาทสำคัญต่อความท้าทายระยะยาวของประเทศ โดยเฉพาะสังคมสูงวัยและการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม
ด้านสุขภาพ สจล. ให้ความสำคัญกับแนวคิด Longevity หรือการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรงและพึ่งพาตนเองได้ พร้อมนำ AI มาประยุกต์ใช้ในเทคโนโลยีประเมินสุขภาพเบื้องต้นผ่านการสแกนใบหน้า ซึ่งเป็นแนวทางที่ต้องพัฒนาความแม่นยำและตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนนำไปใช้ในทางการแพทย์
ด้านสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือพัฒนาโครงสร้างไม้ Glulam จากไม้โตเร็ว เช่น ยูคาลิปตัสและไม้ยางพารา เป็นอีกแนวทางในการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบในประเทศ และพัฒนาวัสดุก่อสร้างทางเลือกที่มีศักยภาพช่วยลดการปล่อยคาร์บอน เมื่อพิจารณาตลอดวงจรชีวิตของวัสดุ
🔹 โจทย์ต่อไปของไทย คือทำให้นวัตกรรมเติบโตได้จริง
บทเรียนสำคัญจากบทสนทนาครั้งนี้ คือ การพัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรมต้องอาศัยมากกว่าความสามารถของนักวิจัย แต่ต้องมีระบบสนับสนุนที่เชื่อมโยงตั้งแต่องค์ความรู้ เงินทุน ภาคเอกชน ไปจนถึงผู้ใช้งานจริง
มหาวิทยาลัยจึงไม่ควรเป็นเพียงแหล่งผลิตบัณฑิตและงานวิจัย แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจที่ช่วยสร้างผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีใหม่ ขณะที่ภาครัฐมีบทบาทในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทดลอง พัฒนา และต่อยอดนวัตกรรม
ท้ายที่สุด ความสำเร็จของงานวิจัยไม่ได้วัดจากจำนวนผลงานหรือรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูด้วยว่าองค์ความรู้เหล่านั้นช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชนได้มากเพียงใด สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจได้แค่ไหน และทำให้ประเทศไทยแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างยั่งยืนหรือไม่
เพราะ นวัตกรรมที่มีคุณค่า ไม่ใช่แค่สิ่งที่คิดค้นได้ แต่คือสิ่งที่นำไปใช้ได้จริงและทำให้ชีวิตผู้คนดีขึ้น
ติดตามประเด็นชวนคิดและคำตอบต่อปัญหาสังคมได้ในรายการ “ทำไม” ทาง NBT ที่ชวนตั้งคำถาม เพื่อค้นหาทางออกให้ประเทศไทย